วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2562

โหลดมาใช้กันหรือยัง ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์

โหลดมาใช้กันหรือยัง ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ เริ่มใช้กันแล้วตั้งแต่วันนี้



         
 ประกาศพร้อมเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Driving Licence) สะดวก สบาย ไม่ต้องพกพา ง่ายๆแค่ดาวน์โหลดแอป DLT QR LICENCE  ลงทะเบียนอีเมล์, เบอร์โทร  สแกน QR Code หลังใบขับขี่ตัวจริงเพื่อเชื่อมต่อข้อมูล (หากใบขับขี่ไม่มี QR Code ด้านหลัง ให้ติดต่อที่กรมขนส่งได้ทุกพื้นที่) ใช้ได้ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์  เริ่มโหลดและใช้งานได้จริง 15 มกราคม 2562 นี้
ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์
         ล่าสุด ทางด้านผู้ใช้เฟสบุ๊ก กิตติพัฒน์ พันธุวงศ์ ก็ได้ลองใช้ใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมช่องทางการโหลดแอปพิเคชั่น สามารถโหลดได้ยังไง ตามไปดูกันเลยครับ

        #ใบขับขี่ออนไลน์ เริ่มใช้พรุ่งนี้ ไปโหลดมาเด้อครับ 
        ลิงค์ดาวโหลดอยู่ข้างล่างครับ
        เผื่อลืมพกใบขับขี่ เข้าแอพในโทรศัพท์ แทนได้เลย
        กรมการขนส่งทางบก เตรียมเริ่มใช้ใบขับขี่ดิจิตอล ได้ในวันที่ 15 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยสามารถโชว์ใบขับขี่ผ่านแอพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ตโฟน 
        ลิงค์ดาวน์โหลดฟรีสำหรับ iOS > https://apple.co/2CiqLJk
        ลิงค์ดาวน์โหลดฟรีสำหรับ Android > http://bit.ly/2AIbb9W
- -
- -
- -
- -
- -
         โหลดมาใช้กันง่ายๆ กันเลยทีเดียว ไม่ต้องพกใบขับขี่กันอีกต่อไป คงจะมีปัญหาการลบใบขับขี่ เพราะในโทรศัพท์ก็มี ก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 กันไปอีก 
เรียบเรียงโดย : kaijeaw.net ขอขอบคุณข้อมูลจาก กิตติพัฒน์ พันธุวงศ์ 

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562

อนุมัติแล้ว ใบขับขี่ระบบดิจิตอล สามารถทำได้แล้ว





เริ่ม15ม.ค.นี้ ขนส่งเปิดให้ใช้งาน “ใบขับขี่เสมือนจริง” บนมือถือ


เมื่อวันที่ 10 ม.ค.62 นายพีระพล ถาวรสุภเจริญอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่าปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกได้ออกใบอนุญาตขับขี่ส่วนบุคคลในรถทุกประเภทประมาณ 32 ล้านใบเพื่อรองรับความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ที่มีใบขับขี่ส่วนบุคคลตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.นี้เป็นต้น
กรมการขนส่งทางบกจะเปิดใช้งาน”Electronic Driving Licence”ใบอนุญาตขับรถบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนโดยสามารถแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริงได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนให้มาดำเนินการเปลี่ยนชนิดหรือขอต่อใบอนุญาตขับรถล่วงหน้าบนจอโทรศัพท์มือ
นอกจากนี้ยังมีการแสดงข้อมูลส่วนตัวอาทิประวัติการแพ้ยากรุ๊ปเลือดโรคประจำสิทธิการเข้ารับการรักษาพยาบาลชื่อผู้ติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเป็นต้นรวมถึงการแชร์เส้นทางการเดินทางแจ้งพิกัดพร้อมหมายเลขทะเบียนรถสาธารณะให้แก่บุคคลที่ต้องการทราบการขอความช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัติเหตุซึ่งข้อมูลต่างๆจะมีการประสานการทำงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
ทั้งนี้ตั้งแต่ปี2546เป็นต้นมาหลังจากยกเลิกใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพกรมขนส่งทางบกมีแผนในการพัฒนาระบบเพื่อรองรับความสะดวกให้กับผู้ที่มีใบขับขี่ทั้งตลอดชีพและใบขับขี่ชั่วคราวทุก 2 ปี และ 5 ปี
รวมถึงประชาชนที่ต้องการจะสอบใบขับขี่ใหม่ทั้งใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์โดยให้สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านมือถือโดยใบขับขี่1บัตรต่อ1หมายเลขโทรศัพท์ซึ่งจะสามารถทดแทนการพกพาใบขับขี่ที่ใช้ในปัจจุบันได้โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบรายละเอียดของบุคคลนั้นผ่านข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือได้เช่นกัน ผู้สนใจสามารถติดต่อขอทำใบอนุญาตขับขี่ที่มีQRCodeได้ที่กรมการขนส่งทางบกทุกพื้นที่
“ใบขับขี่ดิจิทัลออกมาเพื่อตอบสนองเทรนด์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป คล้ายกับการเปลี่ยนผ่านของบัตรเอทีเอ็มไปสู่การโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ สำหรับใบขับขี่ดังกล่าวจะคลอบคลุมทุกประเภททั้งส่วนบุคคล สาธารณะและประเภทพิเศษ”พีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าว
ขั้นตอนการใช้งาน ผู้ที่มีใบขับขี่สามารถลงทะเบียนโดยกรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชน อีเมล์ ระบบจะส่งรหัส OTP ให้ทางอีเมล์ จากนั้นให้ทำการตั้งรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบ พร้อมสแกนคิวอาร์โค้ดหลังใบขับขี่ เข้าสู่เมนูเพื่อแสดงใบอนุญาตขับรถเสมือนจริง
รูปแบบใบขับขี่ดิจิตอลเสมือนจริงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จะเป็นการเชื่อมข้อมูลใบขับขี่ลงไปในแอพพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อใช้แสดงให้เจ้าหน้าที่ดูเมื่อถูกเรียกตรวจตลอดจนมีระบบแจ้งเตือนระยะเวลาหมดอายุของใบขับขี่ล่วงหน้าเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวทันท่วงที
ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจสอบความถูกต้องของบัตรได้โดยการสแกนคิวอาร์โค้ดในแอพพลิเคชั่น ซึ่งนอกจะเชื่อมข้อมูลใบขับขี่และระบบเเจ้งเตือนแล้วยังสามารถตรวจสอบใบสั่งที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงตำแหน่งโลเคชั่นของผู้ใช้ในกรณีที่มีอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน
มีการแสดงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น กรุ๊ปโลหิต ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว สิทธิการรับการรักษาพยาบาล ชื่อผู้ติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และการบริจาคอวัยวะให้แก่สภากาชาดไทย กรณีโทรศัพท์หายสามารถแจ้งความและโหลดข้อมูลใหม่ลงสมาร์ทโฟนได้ ทั้งนี้ กรมจะเป็นผู้ดำเนินการจัดการระบบข้อมูลให้ผู้ที่ทำโทรศัพท์หายใหม่
นี่คือ ยุคดิจิตอลที่หน่วยงานราชการพยายามอัพเกรดเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน และในอนาคตข้างหน้ากรมยังได้ศึกษาป้ายทะเบียนดิจิตอล ส่วนจะมีลักษณะและการทำอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก : Posttoday , autospinn

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562

บันได 10 ขั้น สู่การเป็นนักขายภาพ Shutterstock





บันได 10 ขั้น สู่การเป็นนักขายภาพ Shutterstock

บันได 10 ขั้น สู่การเป็นนักขายภาพ Shutterstock


*** บทความนี้ ถูกเขียนขึ้นครั้งแรกในปี 2010 สถานการณ์ การขายภาพ จึงอาจเปลี่ยนไป ตามสถานการณ์ ของเว็บไซท์ ในแต่ละ ช่วงเวลา แต่แนวทางจะ ไม่ต่างกัน อาจจะต่างกัน ที่จำนวนภาพ ที่จะต้องมากขึ้น กว่าเดิม จึงจะทำยอด ได้ตามเป้า
1 June 2016
วันนี้ นำประสบการณ์ จากการขายภาพ ที่ทำมาแล้ว ถึงจุดที่ พอจะเข้าใจ ระบบ และเทคนิค การขายภาพ ระดับหนึ่ง มาแนะนำ  การที่จะทำรายได้จากการขายภาพให้ได้เป็นกอบเป็นกำนั้นต้องใช้ความอดทนไม่ต่างอะไรกับการทำงานอื่นๆ หรือการทำธุรกิจทั่วๆไป  เพราะมันไม่ง่ายเหมือนถูกหวย ต้องลงแรงบ้าง แต่เป็นการลงแรงที่สนุกกว่ามาก เหมือนถ่ายรูปเล่นแต่ได้เงินใช้  หลายคนในนี้คงยืนยันได้

บันได 10 ขั้น สู่การเป็นนักขายภาพ Shutterstock

1. ต้องสมัครทันที

อย่ารีรอ เพราะถ้าคิดว่าเอาไว้ก่อนคุณจะลืมมันไป มารู้ตัวอีกทีคนอื่นก็ขายกันไปหลายหมื่นแล้ว
สุดท้ายจะมานั่งเสียดายถ้าสมัครไปตั้งนานป่านนี้ขายไปถึงไหนๆแล้ว หรือไม่ก็ถอดใจไปเลย อย่ากลัวมีแต่ได้ไม่มีเสีย

2. สอบให้ผ่าน
*** ปัจจุบันสอบผ่านแค่ 1 ภาพจาก 10 ง่ายมากๆ

ขั้นตอนนี้ยากและปวดใจที่สุด ต่อให้เป็นคนที่มั่นใจแค่ไหนก็ต้องหวั่นใจบ้าง จริงๆแล้วมันง่ายมากถ้าคนที่สอบผ่านแล้วมาส่งภาพขาย
จะรู้ว่าแค่ 1 จาก 10  ภาพไม่ยากเลยเพราะ ตอนนี้ส่งขายกันไปเกือบ 10,000 ภาพแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่ได้สอบ ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี
มีการสอบถามจากคนที่ขายภาพแล้วหลายๆคนให้ยืนยันตรงกันว่าภาพที่จะส่งจะผ่านชัวร์แล้วค่อยส่งเพราะไม่งั้นต้องรออีก ครึ่งเดือนหลายคนถอดใจไประหว่างรอ
แต่ถ้าไม่ถอดใจ ระหว่างรอสะสมภาพรอเลยเป็นร้อยภาพถ้าสอบผ่านลงรวดเดียวเป็นร้อยก็ได้เช่นกัน


3. มีมากกว่า 500 ภาพใน Gallery

สะสมภาพไปเรื่อยๆใน Gallery ของเราจนครบ 500 ภาพโดยไม่ต้องสนใจยอดขาย เพราะในช่วงแรกจะวัดอะไรไม่ได้
ไม่ต้องห่วงว่าจะได้วันละเท่าไหร่หรือบางวันขายไม่ได้ หรือบางวันฟลุคขายได้เยอะก็มี มันเป็นภาพลวง
เพราะที่นี่จำนวนภาพสำคัญมาก เมื่อผ่าน 500 ภาพใน Gallery เราจะเห็นยอดขายเป็นรูปธรรมมากขึ้น วันละ 10-20 โหลดเป็นปรกติ

4. ยอดรวมเกิน 100$ 

เมื่อผ่าน 500 ภาพ ใน Gallery จะใกล้เคียงกับ เงิน 100$ แรกจะถูกโอนเข้ามาบัญชีของเรา โดยตัดยอดตอนสิ้นเดือนของเดือนที่ยอดรวมทั้งหมดเกิน 100$
นี่คือกำลังใจแรกของเรา มาถึงจุดนี้คุณจะเกิดกำลังใจอย่างมาก และเห็นเลยว่ามันเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่งานอดิเรกอีกต่อไป บางคนเดือนแรกก็ได้แล้ว

5. มีมากกว่า 2,000 ภาพใน Gallery

ขั้นตอนนี้จะเหนื่อยที่สุด เพราะจะต้องรวบรวมภาพให้มากที่สุด หลายคนจะอยู่ในช่วงวิกฤตคือภาพหมด
จุดนี้คือจุดที่หลายคนต้องเริ่มมองหาหนทางในการถ่ายภาพและสร้างงานใหม่ๆ รวมถึงจะพบปัญหาว่าภาพแนวเดิมๆจะเริ่มส่งไปขายไม่ผ่านเพราะเราเริ่มจะตัน
แต่ถ้าคุณอดทนสะสมภาพจนผ่านจุดนี้ไปได้ จะเริ่มเข้าใจตลาดและสร้างงานใหม่ๆได้ทุกวัน
*** ขั้นที่ 5-6 อาจจะสลับกันได้สำหรับบางคน

6. ยอดรวมเกิน 500$ 

ถ้ามียอดรวมเกิน 500$ เปอร์เซ็นต์ที่ได้จากการขายจะเพิ่มขึ้นอีก 30%
จาก 0.25$ เป็น 0.33% on demand จาก 1.88$ จะเพิ่มเป็น 2.48$ ยอดขายจะเพิ่มขึ้นมากจนคุณตกใจ เพราะไม่เพียงยอดขายเพิ่มเท่านั้น
ถ้าคุณมาถึงจุดนี้แสดงว่าภาพคุณต้องขายได้มากอยู่แล้ว ยอดเงินก็ยิ่งเพิ่มขึ้นอีกทวีคูณ

7. มีมากกว่า 5,000 ภาพใน Gallery

หลังจากผ่าน 500$ มาแล้วคุณจะกลายเป็นนักขายภาพเต็มตัว และจะเข้าใจระบบทุกอย่างในการขายภาพแล้ว ตอนนี้สะสมภาพอย่างเดียว
อย่าหยุดการส่งเด็ดขาดไม่งั้นต้องเริ่มต้นใหม่นานมากกว่าจะให้กลับมาเท่าเดิม *** ย้ำว่าห้ามหยุดส่งควรมีภาพส่งทุกสัปดาห์
หากเวลาน้อยก็ทำสต็อคทิ้งไว้เก็บไว้ส่งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 20 รูปก็ยังดี เมื่อผ่าน 5,000 ยอดขายภาพปรกติ on demand และ enhance จะมากขึ้น
จนหลายคนได้แค่ภาพ on demand กับ enhance ก็ตกเดือนนึง 200-300 เหรียญแล้ว เมื่อถึงจุดนี้รายได้หลักหมื่นต่อเดือนจะเป็นเรื่องปรกติ

8. ยอดรวมเกิน 3,000$

เชื่อว่าถ้ามีภาพใน Gallery หลักพันแล้วและยังส่งอย่างต่อเนื่อง ผมลองคำนวณดูจากคนที่มีภาพหลักพัน
จะมีรายได้เดือนนึง 500 – 800 $ จะทำรายได้ถึง 3,000$ ได้ใน 6 เดือน ถึงจุดนี้เปอร์เซ็นต์เราจะเพิ่มขึ้นอีก 10%

9. มีมากกว่า 10,000 ภาพใน Gallery 

ถึงจุดนี้คงไม่ต้องบอกอะไรแล้ว เป็นการปักธงว่านี่คืออาชีพอย่างแท้จริง
น่าจะมีรายได้ต่อเดือน 30,000-40,000 ขึ้นไปจนสามารถทำเป็นอาชีพหลักได้

10. ยอดรวมเกิน 10,000$

เป็นธงสูงสุดของ shutterstock เมื่อมีรายได้ 10,000$ เปอร์เซ็นต์การขายจะเพิ่มขึ้นอีก 5% แต่ 5% ของตอนนี้ที่มีรูปเป็นหลักพัน
มันคือยอดขายเดือนละหลายร้อยเหรียญที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ถึงจุดนี้ก็ซื้อบ้านซื้อรถกันได้เลย ถ้าขายไปสัก 1-2 ปี
ขั้นที่ 7 8 9  และ 10 อาจจะสลับกัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพงาน บางคนไม่ถึง 10,000 ภาพก็อาจจะมีรายได้เกิน 10,000 Us ได้เหมือนกัน
การขายภาพในเว็บอื่นก็คล้ายๆกันอาจจะต่างที่ระดับขั้นในการแบ่งเปอร์เซ็นต์

ตอนนี้คุณเป็นนักขายภาพระดับไหน ? ผ่านเกณฑ์กี่ข้อ ?

*** Yuri Arcurs คือคนที่ขายภาพผ่าน เว็บ Microstock มากที่สุดในโลก เดือนละ 25,000 $ หรือ 750,000 บาท ต่อเดือน และเพิ่มขึ้นทุกเดือน ตอนนี้น่าจะเกินล้านไปนานแล้ว
ถ้าใครสนใจ อยากหารายได้พิเศษยามว่าง จากการขายภาพ สมัครกดตามลิ้งค์ ด้านล่างนี้เลยครับ 

https://www.shutterstock.com/g/Phongsakonm?rid=208481137&utm_medium=email&utm_source=ctrbreferral-link
ลิขสิทธิ์บทความโดย
คเณศวร์ ไชยนาพงศ์
www.Paperboxstockphoto.com

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ให้เช่าบ้าน พร้อมที่ดิน เหมาะแก่การค้าขาย

ให้เช่าที่ดินพร้อมบ้าน 1 หลัง 

ชื่่อหมู่บ้านหนองปรือ​ ตำบลสวายจีก​ อำเภอเมืองบุรีรัมย์  จังหวัด บุรีรัมย์ อยู่ตรงข้ามโรงเรียนเบญจคราม​ ตรงข้ามวัด สวายจีก แถวนี้มีร้านหมูกะทะ ตลาดสดมากมาย ติด ​องค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต.) ​และร้านค้าปลีกทวีกิจ พลาซ่า ทำเลเหมาะสำหรับค้าขาย บรรยากาศดี ติดสระน้ำใหญ่ และสวนสาธารณะประโยชน์ ​ 

- ที่ดิน 1 ไร่  กับ 14 ตรม. ราคาเช่า 4,000.- / เดือน 

- สัญญาเช่า 1 ปี ขึ้นไป

 สนใจโทร. ​091-036-369, 081-248-3113 คุณบิ๊ก , พงษกร  ราคาต่อรองได้ ตามเหตผลอันสมควรครับ
 



 รายละเอียดเพิ่มเติม กดที่รูปภาพ









รายละเอียดเพิ่มเติม กดที่ลิ้งรูปภาพ http://www.prakardproperty.com/property/show/417358

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

5 ต้นไม้กันงูควรปลูกไว้ในสวน ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้ !





ต้นไม้กันงู 5 ชนิดควรปลูกไว้ในสวน อยากรู้ว่างูกลัวต้นไม้อะไร มาดูต้นไม้กันงู 5 ชนิด ที่สามารถช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ 



          ในช่วงที่ฝนตกชุก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วมเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกกังวล แต่ยังต้องระวังเรื่องงูเข้าบ้านด้วย ในวันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะชวนทุกคนไปปลูกต้นไม้เหล่านี้กัน ซึ่งก็คือ ต้นไม้ไล่งู นั่นเอง อยากรู้ว่างูกลัวต้นอะไร ปลูกต้นไม้ชนิดใดจะช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้บ้าง นำมาจัดสวนก็ดี เพราะมีทั้งใบ ผล และดอกสวย ๆ ให้ชม สำหรับบางชนิดยังจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรมีฤทธิ์ทางยาช่วยรักษาโรคได้ด้วยล่ะ 
 
1. จิงจูฉ่าย

          ต้นจิงจูฉ่าย มีอีกชื่อว่า ต้นโกฐจุฬาลัมพา หรือ ต้นเหี่ย เป็นต้นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 45-120 เซนติเมตร มีเหง้าติดพื้นหรืออยู่ใต้ดิน ลำต้นตรง กลม มีร่องและมีขนขึ้นปกคลุม แตกกิ่งก้านตามต้น ออกใบเรียงสลับกัน ลักษณะใบคล้ายผักชี ปลายใบแหลมและแตกเป็นแฉก หน้าใบเรียบสีเขียว หลังใบสีเทา-เขียว มีขนขาวขึ้นเล็กน้อย ความกว้างใบ 1.5-9 เซนติเมตร และยาว 2.5-10.5 เซนติเมตร มีดอกขนาดเล็กสีขาวหรือแดง ความยาวประมาณ 3.5-5 มิลลิเมตร ออกผลรูปไข่ ทรงกลมรี ผิวเกลี้ยงไม่มีขน ขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ต้นไม้กันงู
2. กุยช่ายประดับ 

          กุยช่ายประดับ หรือ กุยช่ายม่วง เป็นไม้ยืนต้น อายุนานหลายปี ความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร มีหัวใต้ดิน ขึ้นเป็นกอ ลักษณะใบเรียวยาว แบน ปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ออกดอกสีม่วงลักษณะคล้ายดาวหกแฉก มีกลิ่นคล้ายกุยช่ายทั้งที่ดอกและใบ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันยุงและหมัดเข้าบ้าน ยังสามารถทำให้งูไม่กล้าเข้ามาในเขตบ้านและสวนของเราได้ด้วย 

ต้นไม้กันงู
3. ดาวเรือง 

          ดาวเรือง จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง สีเขียว เป็นร่อง แตกกิ่งบริเวณโคนต้น ใบมีลักษณะคล้ายขนนก ออกเรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยประมาณ 11-17 ใบ เป็นรูปรี ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นซี่ ความยาว 2.5-5 เซนติเมตร ออกดอกเดี่ยว มีทั้งสีเหลืองและสีเหลืองปนส้ม กลีบดอกมีขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายชั้นเป็นวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร ความกว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร มีผลแห้งสีดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดดาวเรือง เป็นหลัก นอกจากนี้กลิ่นของดาวเรืองยังรบกวนการจู่โจมของงู ส่วนยางในลำต้นก็มีฤทธิ์ระคายเคืองผิวและทำให้สายตาของงูพร่าเลือนได้ 

ต้นไม้กันงู
4. ฟ้าทะลายโจร 

          ฟ้าทะลายโจร หรือ หญ้ากันงู เป็นไม้ล้มลุก ความสูง 50 เซนติเมตร ลำต้นเหลี่ยม ใบเลี้ยงเดี่ยว ผิวใบเกลี้ยง ออกสลับตรงข้าม ทรงใบรีและแคบ ความยาว 1.5-7 เซนติเมตร ความกว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ออกดอกที่ซอกใบบริเวณปลายยอด มีสีขาว ความยาวประมาณ 0.9-1.5 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก ปลายกลีบดอกแตกเป็นแฉก มีผลแห้ง ทรงรี คล้ายฝักต้อยติ่ง มีรสขมทุกส่วนของต้น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หากตัวงูถูกับรากหรือใบจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการปวดบวม

ต้นไม้กันงู
5. ระย่อม

          ต้นระย่อม จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ย ผลัดใบในฤดูแล้งและผลิใบในฤดูฝน ความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ลำต้นคดงอ เปลือกสีขาวหรือสีน้ำตาลอมเทา มียางสีขาว มักมีรอยแผลตามลำต้น  มีใบเดี่ยวออกสลับตรงข้าม ขึ้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบทรงรีคล้ายหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มผิวมัน ความยาว 12-20 เซนติเมตร ความกว้าง 5-8 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งแต่ 1-50 ดอก ปลายกลีบสีขาว โคนกลีบสีชมพูหรือแดงเข้ม มีผลรูปทรงกลม ผิวเรียบ ฉ่ำน้ำ ขนาดประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีม่วงแดงหรือดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด อีกทั้งต้นระย่อมนี้ยังมีฤทธิ์รบกวนระบบประสาทและระบบหัวใจของงูอีกด้วย

ต้นไม้กันงู
          หน้าฝนนี้ก็อย่าลืมจัดสวนกันใหม่ แล้วก็อย่าลืมปลูกต้นไม้กันงูกันไว้ด้วยนะคะ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีตัวช่วยป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน แถมยังทำให้สวนของเราดูสดชื่น สวยงาม เขียวขจีมากขึ้นด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก dentecpest, slayallpest, finegardening, homeguides, medthai/โกฐจุฬาลัมพา , medthai/ดาวเรืององค์การสวนพฤกษศาสตร์การยางแห่งประเทศไทยmedthai/ระย่อมpharmacy.mahidol.ac.th

อุบัติเหตุฉุกเฉินใช้สิทธิ UCEP รักษาฟรี 72 ชม.ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย


อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหากเกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไร รู้ไหมคะว่าเราสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยเลย โดยสิทธินั้นมีชื่อว่า UCEP ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง กระปุกดอทคอมจะพามารู้จักสิทธิ UCEP ว่าคืออะไร เจ็บป่วยฉุกเฉินกรณีไหนที่เข้าเกณฑ์ UCEP บ้าง ตามมาอ่านกันเลย
สิทธิ UCEP คืออะไร
UCEP คือ นโยบายหนึ่งของรัฐบาล โดย UCEP ย่อมาจาก Universal Coverage Emergency Patients หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” ดังนั้นแม้จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่เราไม่มีสิทธิอะไรเบิกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เราก็สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้
เนื่องจาก UCEP มีขึ้นมาเพื่อลดการเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิในการเข้าถึงการบริการอย่างปลอดภัยโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ UCEP จะคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง หรือเมื่อผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤตแล้ว อย่างไรก็ตาม สิทธิ UCEP จะคุ้มครองเฉพาะกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเท่านั้นนะคะ
6 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่ใช้สิทธิ UCEP ได้
เกณฑ์ UCEP ที่ระบุว่า “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” จะคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วยดังต่อไปนี้
1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม
4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
6. มีอาการอื่นร่วมที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันต รายต่อชีวิต
อย่างไรก็ดี ประชาชนที่จะใช้สิทธิ UCEP ได้ ต้องเป็นผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ และเป็นโรงพยาบาลนอกคู่สัญญากับกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิ ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานประกันสังคม หรือกรมบัญชีกลาง
เราจะใช้สิทธิ UCEP ได้อย่างไร
ขั้นตอนในการใช้สิทธิ UCEP มีดังนี้
– ตรวจสอบสิทธิขั้นพื้นฐานในการรักษาพยาบาลที่ตนเองมี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิได้ ณ โรงพยาบาลทุกแห่ง หรือสำนักงานเขต หรือ โทร. 1330 สายด่วน สปสช. เพื่อสอบถามสิทธิการรักษาพยาบาลของเราได้
– กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ และเป็นโรงพยาบาลนอกคู่สัญญากับโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิให้แจ้งโรงพยาบาลรับทราบว่า ขอใช้สิทธิ UCEP
– โรงพยาบาลจะทำการประเมินอาการผู้ป่วยตามหลักเกณฑ์ของ UCEP ทว่าหากมีปัญญาในการคัดแยกให้ปรึกษาศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมายเลข 0-2872-1669
– เมื่อโรงพยาบาลประเมินอาการผู้ป่วยแล้วจะแจ้งผลการประเมินให้กับผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยรับทราบ
– หากเข้าเกณฑ์ UCEP ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการตามระบบ UCEP ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมง หรือเมื่อพ้นภาวะวิกฤต
– ในกรณีที่ผลการประเมินไม่เข้าหลักเกณฑ์ USEP ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองหากต้องการรักษาในโรงพยาบาลเดิมที่ตัวเองไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลใด ๆ
UCEP รักษาฟรี 72 ชั่วโมงเท่านั้นหรือ
ตามเงื่อนไขของ UCEP ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนอกเครือข่ายได้ฟรีภายใน 72 ชั่วโมง โดยนับจาก สพฉ. รับผู้ป่วยเข้าระบบ UCEP แล้ว สพฉ. จะดำเนินการแจ้งให้กองทุนเจ้าของสิทธิทราบโดยเร็ว เพื่อให้กองทุนเจ้าของสิทธิดำเนินการประสานไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ป่วยให้ดำเนินการรับย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบปกติให้ทันภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และผู้ป่วยก็จะได้ใช้สิทธิรักษาตามที่ตนมีในโรงพยาบาลที่ตัวเองมีสิทธิการรักษาโดยตรง,
ส่วนในขั้นแรกที่เข้ารักษา ณ โรงพยาบาลเอกชน ภายใน 72 ชั่วโมงหรือหลังพ้นภาวะวิกฤต ค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น สพฉ. จะเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด ผู้ป่วยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทว่าการเจ็บป่วยฉุกเฉินนั้นต้องเข้าเกณฑ์ 6 ข้อข้างต้นหรือแล้วแต่แพทย์และทาง สพฉ. จะประเมินอาการว่าเข้าข่ายเบิก UCEP ได้นะคะ
หากโรงพยาบาลต้นสังกัดไม่สามารถรับตัวไปรักษาต่อได้ ต้องทำอย่างไร
ในกรณีที่โรงพยาบาลต้นสังกัดสิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยเกิดความขัดข้อง ไม่สามารถรับตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อได้ เคสนี้ทางศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. จะแจ้งไปยังกองทุนต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินการตามเงื่อนไขของกองทุนนั้น ๆ ต่อไป
นับเป็นสิทธิประโยชน์ดี ๆ ในกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินและวิกฤตจริง ๆ อย่าลืมนะคะว่าเราสามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ ดังนั้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ให้รีบนำตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ โทร. 1669 สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://health.kapook.com/view198935.html