วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

5 ต้นไม้กันงูควรปลูกไว้ในสวน ช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้ !





ต้นไม้กันงู 5 ชนิดควรปลูกไว้ในสวน อยากรู้ว่างูกลัวต้นไม้อะไร มาดูต้นไม้กันงู 5 ชนิด ที่สามารถช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้พร้อม ๆ กันเลยค่ะ 



          ในช่วงที่ฝนตกชุก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำท่วมเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกกังวล แต่ยังต้องระวังเรื่องงูเข้าบ้านด้วย ในวันนี้กระปุกดอทคอมเลยจะชวนทุกคนไปปลูกต้นไม้เหล่านี้กัน ซึ่งก็คือ ต้นไม้ไล่งู นั่นเอง อยากรู้ว่างูกลัวต้นอะไร ปลูกต้นไม้ชนิดใดจะช่วยป้องกันงูเข้าบ้านได้บ้าง นำมาจัดสวนก็ดี เพราะมีทั้งใบ ผล และดอกสวย ๆ ให้ชม สำหรับบางชนิดยังจัดอยู่ในกลุ่มสมุนไพรมีฤทธิ์ทางยาช่วยรักษาโรคได้ด้วยล่ะ 
 
1. จิงจูฉ่าย

          ต้นจิงจูฉ่าย มีอีกชื่อว่า ต้นโกฐจุฬาลัมพา หรือ ต้นเหี่ย เป็นต้นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 45-120 เซนติเมตร มีเหง้าติดพื้นหรืออยู่ใต้ดิน ลำต้นตรง กลม มีร่องและมีขนขึ้นปกคลุม แตกกิ่งก้านตามต้น ออกใบเรียงสลับกัน ลักษณะใบคล้ายผักชี ปลายใบแหลมและแตกเป็นแฉก หน้าใบเรียบสีเขียว หลังใบสีเทา-เขียว มีขนขาวขึ้นเล็กน้อย ความกว้างใบ 1.5-9 เซนติเมตร และยาว 2.5-10.5 เซนติเมตร มีดอกขนาดเล็กสีขาวหรือแดง ความยาวประมาณ 3.5-5 มิลลิเมตร ออกผลรูปไข่ ทรงกลมรี ผิวเกลี้ยงไม่มีขน ขยายพันธุ์ได้ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ต้นไม้กันงู
2. กุยช่ายประดับ 

          กุยช่ายประดับ หรือ กุยช่ายม่วง เป็นไม้ยืนต้น อายุนานหลายปี ความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร มีหัวใต้ดิน ขึ้นเป็นกอ ลักษณะใบเรียวยาว แบน ปลายแหลม ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ออกดอกสีม่วงลักษณะคล้ายดาวหกแฉก มีกลิ่นคล้ายกุยช่ายทั้งที่ดอกและใบ ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันยุงและหมัดเข้าบ้าน ยังสามารถทำให้งูไม่กล้าเข้ามาในเขตบ้านและสวนของเราได้ด้วย 

ต้นไม้กันงู
3. ดาวเรือง 

          ดาวเรือง จัดเป็นไม้ล้มลุก มีอายุประมาณ 1 ปี ความสูงประมาณ 60-100 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรง สีเขียว เป็นร่อง แตกกิ่งบริเวณโคนต้น ใบมีลักษณะคล้ายขนนก ออกเรียงตรงข้ามกัน มีใบย่อยประมาณ 11-17 ใบ เป็นรูปรี ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นซี่ ความยาว 2.5-5 เซนติเมตร ออกดอกเดี่ยว มีทั้งสีเหลืองและสีเหลืองปนส้ม กลีบดอกมีขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายชั้นเป็นวงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-10 เซนติเมตร ความกว้าง 0.5-1.5 เซนติเมตร มีผลแห้งสีดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดดาวเรือง เป็นหลัก นอกจากนี้กลิ่นของดาวเรืองยังรบกวนการจู่โจมของงู ส่วนยางในลำต้นก็มีฤทธิ์ระคายเคืองผิวและทำให้สายตาของงูพร่าเลือนได้ 

ต้นไม้กันงู
4. ฟ้าทะลายโจร 

          ฟ้าทะลายโจร หรือ หญ้ากันงู เป็นไม้ล้มลุก ความสูง 50 เซนติเมตร ลำต้นเหลี่ยม ใบเลี้ยงเดี่ยว ผิวใบเกลี้ยง ออกสลับตรงข้าม ทรงใบรีและแคบ ความยาว 1.5-7 เซนติเมตร ความกว้าง 1-2.5 เซนติเมตร ออกดอกที่ซอกใบบริเวณปลายยอด มีสีขาว ความยาวประมาณ 0.9-1.5 เซนติเมตร ดอกมีขนาดเล็ก ปลายกลีบดอกแตกเป็นแฉก มีผลแห้ง ทรงรี คล้ายฝักต้อยติ่ง มีรสขมทุกส่วนของต้น ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด หากตัวงูถูกับรากหรือใบจะทำให้ผิวหนังเกิดอาการปวดบวม

ต้นไม้กันงู
5. ระย่อม

          ต้นระย่อม จัดเป็นไม้พุ่มเตี้ย ผลัดใบในฤดูแล้งและผลิใบในฤดูฝน ความสูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ลำต้นคดงอ เปลือกสีขาวหรือสีน้ำตาลอมเทา มียางสีขาว มักมีรอยแผลตามลำต้น  มีใบเดี่ยวออกสลับตรงข้าม ขึ้นหนาแน่นที่ปลายยอด ใบทรงรีคล้ายหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มผิวมัน ความยาว 12-20 เซนติเมตร ความกว้าง 5-8 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายยอด ตั้งแต่ 1-50 ดอก ปลายกลีบสีขาว โคนกลีบสีชมพูหรือแดงเข้ม มีผลรูปทรงกลม ผิวเรียบ ฉ่ำน้ำ ขนาดประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะกลายเป็นสีม่วงแดงหรือดำ ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด อีกทั้งต้นระย่อมนี้ยังมีฤทธิ์รบกวนระบบประสาทและระบบหัวใจของงูอีกด้วย

ต้นไม้กันงู
          หน้าฝนนี้ก็อย่าลืมจัดสวนกันใหม่ แล้วก็อย่าลืมปลูกต้นไม้กันงูกันไว้ด้วยนะคะ อย่างน้อยก็อุ่นใจว่ามีตัวช่วยป้องกันงูไม่ให้เข้าบ้าน แถมยังทำให้สวนของเราดูสดชื่น สวยงาม เขียวขจีมากขึ้นด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก dentecpest, slayallpest, finegardening, homeguides, medthai/โกฐจุฬาลัมพา , medthai/ดาวเรืององค์การสวนพฤกษศาสตร์การยางแห่งประเทศไทยmedthai/ระย่อมpharmacy.mahidol.ac.th

อุบัติเหตุฉุกเฉินใช้สิทธิ UCEP รักษาฟรี 72 ชม.ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย


อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินหากเกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะที่ไหน เมื่อไร รู้ไหมคะว่าเราสามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลฟรีได้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยเลย โดยสิทธินั้นมีชื่อว่า UCEP ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง กระปุกดอทคอมจะพามารู้จักสิทธิ UCEP ว่าคืออะไร เจ็บป่วยฉุกเฉินกรณีไหนที่เข้าเกณฑ์ UCEP บ้าง ตามมาอ่านกันเลย
สิทธิ UCEP คืออะไร
UCEP คือ นโยบายหนึ่งของรัฐบาล โดย UCEP ย่อมาจาก Universal Coverage Emergency Patients หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” ดังนั้นแม้จะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่เราไม่มีสิทธิอะไรเบิกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า กองทุนประกันสังคม หรือกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เราก็สามารถใช้สิทธิ UCEP ได้
เนื่องจาก UCEP มีขึ้นมาเพื่อลดการเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล และช่วยให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิในการเข้าถึงการบริการอย่างปลอดภัยโดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ UCEP จะคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง หรือเมื่อผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤตแล้ว อย่างไรก็ตาม สิทธิ UCEP จะคุ้มครองเฉพาะกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเท่านั้นนะคะ
6 อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ที่ใช้สิทธิ UCEP ได้
เกณฑ์ UCEP ที่ระบุว่า “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่” จะคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วยดังต่อไปนี้
1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
2. หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม
4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันรุนแรง
5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
6. มีอาการอื่นร่วมที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเป็นอันต รายต่อชีวิต
อย่างไรก็ดี ประชาชนที่จะใช้สิทธิ UCEP ได้ ต้องเป็นผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ และเป็นโรงพยาบาลนอกคู่สัญญากับกองทุนที่ผู้ป่วยมีสิทธิ ไม่ใช่โรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานประกันสังคม หรือกรมบัญชีกลาง
เราจะใช้สิทธิ UCEP ได้อย่างไร
ขั้นตอนในการใช้สิทธิ UCEP มีดังนี้
– ตรวจสอบสิทธิขั้นพื้นฐานในการรักษาพยาบาลที่ตนเองมี โดยสามารถตรวจสอบสิทธิได้ ณ โรงพยาบาลทุกแห่ง หรือสำนักงานเขต หรือ โทร. 1330 สายด่วน สปสช. เพื่อสอบถามสิทธิการรักษาพยาบาลของเราได้
– กรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ และเป็นโรงพยาบาลนอกคู่สัญญากับโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีสิทธิให้แจ้งโรงพยาบาลรับทราบว่า ขอใช้สิทธิ UCEP
– โรงพยาบาลจะทำการประเมินอาการผู้ป่วยตามหลักเกณฑ์ของ UCEP ทว่าหากมีปัญญาในการคัดแยกให้ปรึกษาศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่หมายเลข 0-2872-1669
– เมื่อโรงพยาบาลประเมินอาการผู้ป่วยแล้วจะแจ้งผลการประเมินให้กับผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยรับทราบ
– หากเข้าเกณฑ์ UCEP ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการตามระบบ UCEP ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมง หรือเมื่อพ้นภาวะวิกฤต
– ในกรณีที่ผลการประเมินไม่เข้าหลักเกณฑ์ USEP ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเองหากต้องการรักษาในโรงพยาบาลเดิมที่ตัวเองไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลใด ๆ
UCEP รักษาฟรี 72 ชั่วโมงเท่านั้นหรือ
ตามเงื่อนไขของ UCEP ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตมีสิทธิรักษาพยาบาล ณ โรงพยาบาลนอกเครือข่ายได้ฟรีภายใน 72 ชั่วโมง โดยนับจาก สพฉ. รับผู้ป่วยเข้าระบบ UCEP แล้ว สพฉ. จะดำเนินการแจ้งให้กองทุนเจ้าของสิทธิทราบโดยเร็ว เพื่อให้กองทุนเจ้าของสิทธิดำเนินการประสานไปยังโรงพยาบาลต้นสังกัดของผู้ป่วยให้ดำเนินการรับย้ายผู้ป่วยเข้าสู่ระบบปกติให้ทันภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากผู้ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน และผู้ป่วยก็จะได้ใช้สิทธิรักษาตามที่ตนมีในโรงพยาบาลที่ตัวเองมีสิทธิการรักษาโดยตรง,
ส่วนในขั้นแรกที่เข้ารักษา ณ โรงพยาบาลเอกชน ภายใน 72 ชั่วโมงหรือหลังพ้นภาวะวิกฤต ค่าใช้จ่ายในส่วนนั้น สพฉ. จะเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด ผู้ป่วยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ทว่าการเจ็บป่วยฉุกเฉินนั้นต้องเข้าเกณฑ์ 6 ข้อข้างต้นหรือแล้วแต่แพทย์และทาง สพฉ. จะประเมินอาการว่าเข้าข่ายเบิก UCEP ได้นะคะ
หากโรงพยาบาลต้นสังกัดไม่สามารถรับตัวไปรักษาต่อได้ ต้องทำอย่างไร
ในกรณีที่โรงพยาบาลต้นสังกัดสิทธิในการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยเกิดความขัดข้อง ไม่สามารถรับตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อได้ เคสนี้ทางศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตของ สพฉ. จะแจ้งไปยังกองทุนต่าง ๆ เพื่อให้ดำเนินการตามเงื่อนไขของกองทุนนั้น ๆ ต่อไป
นับเป็นสิทธิประโยชน์ดี ๆ ในกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินและวิกฤตจริง ๆ อย่าลืมนะคะว่าเราสามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ ดังนั้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยวิกฤตฉุกเฉิน ให้รีบนำตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ โทร. 1669 สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ได้เลย

ขอบคุณข้อมูลจาก https://health.kapook.com/view198935.html

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

โรงแรมผีสิง ณ เกาะบาหลี อินโดนีเซีย



เกาะบาหลี หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน และแน่นอนเมื่อขึ้นชื่อว่าเกาะแห่งการท่องเที่ยว ก็ย่อมที่จะมีการลงทุนต่างๆ มากมาย หนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างโรงแรมหรือห้องพัก
ช่างภาพชาวฝรั่งเศสคุณ Romain Veillon ผู้ที่เคยไปเยื่อนสถานที่รกร้างมากมายทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น เมืองผีที่ประเทศนามิเบีย หรือซากอารยธรรมของโซเวียตในประเทศบัลแกเรีย
ซึ่งล่าสุดนี้เขาก็ได้ฝากผลงานชุดใหม่ที่เต็มไปด้วยความหลอน ด้วยการเข้าไปถ่ายภาพของโรงแรมร้างแห่งหนึ่งบนเกาะบาหลี


ชายหนุ่มได้ใช้เทคนิคการถ่ายภาพของเขาในการรวบรวมภาพของโรงแรมร้างแห่งหนึ่งบนเกาะบาหลี ไว้ในชุดภาพถ่าย โดยใช้ชื่อว่า “The Ghost Hotel” ซึ่งผลงานชุดดังกล่าวให้อารมณ์ความรู้สึกน่ากลัวได้ดีเลยทีเดียว

และนี่คือผลงานของช่างภาพหนุ่มผู้นี้ที่เรานำมาฝากกัน


โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะบาหลี ใกล้ๆ กับหมู่บ้าน Bedugul ห่างจากเมือง Denpasar ประมาณ 40 กิโลเมตร


ประวัติความเป็นมาของโรงแรมแห่งนี้ไม่มีใครทราบได้แน่ชัด ช่างภาพหนุ่มของเราได้ข้อมูลเพียงเล็กน้อยจากคำบอกเล่าของชาวบ้านเท่านั้น


“ที่แห่งนี้มีเรื่องราวลึกลับมากมาย ทั้งการก่อสร้างโดยเจ้าของคนก่อนและตำนานแปลกๆ ของที่นี่” คุณ Veillon กล่าว


หนึ่งในตำนานลึกลับของที่นี่ก็คือ มักจะมีผู้พบเห็นวิญญาณหรือผีในโรงแรมแห่งนี้


จากข้อมูลที่ได้มา ช่างภาพหนุ่มกล่าวว่า ที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในโครงการลงทุนของ Tommy Suharto ลูกชายคนสุดท้องของอดีตประธานาธิปดีอินโดนีเซีย


แต่หลังจากที่ Suharto ถูกจำคุก 15 ปีในคดีพัวพันกับการฆ่าผู้พิากษาที่ฟ้องร้องเขาเรื่องการทุจริต เมื่อช่วงปี 2000 ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา


เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่โรงแรมแห่งนี้ไม่ได้รับการดูแล และปล่อยให้ทรุดโทรมตามกาลเวลา


คุณ Veillon เข้าไปเก็บภาพความหลอนของโรงแรมร้างแห่งนี้เพียงลำพัง หลังจากที่ไกด์นำทางมาส่งเขาเพียงแค่ที่ประตูทางเข้า


พรรณไม้ต่างๆ และบรรยากาศของที่นี่ ชวนให้ช่างภาพหนุ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที


“ถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับตำนานของที่นี่มากเท่าไหร่ แต่บรรยากาศภายในนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน” คุณ Veillon กล่าว


ในเว็บไซต์ของเขา คุณ Veillon เขียนอธิบายเกี่ยวกับที่นี่ว่า “มนต์เสน่ห์ของการถูกทอดทิ้ง”


ทั้งกลิ่นฝุ่น และเชื้อราต่างๆ ทำให้เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า “ทุกอย่างล้วนกลับคืนสู่พื้นโลก”


โรงแรมแห่งนี้เหมือนกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา อาคารต่างๆ ยังคงมีเค้าโครงเดิมให้เห็นอยู่


หมอกหนาทึบที่อยู่ในหุบเขา ช่วยเพิ่มความลึกลับให้กับโรงแรมนี้


หลังจากที่ช่างภาพกำลังถ่ายภาพของโรงแรม หมอกก็เริ่มลงหนักขึ้น ชายหนุ่มบอกว่าเขาแทบจะมองไม่เห็นทางเลยทีเดียว


“ธรรมชาติได้กลับมาทวงที่ของพวกเขาและถึงเวลาที่ผมต้องออกไปจากที่นี่แล้ว” ช่างภาพหนุ่มกล่าวส่งท้าย

 ภาพถ่ายชุดนี้ ทำให้รู้สึกว่าทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนไม่มีอะไรที่แน่นอนจริงๆ เลยนะเนี่ย
ขอบคุณ ข้อมูลและภาพประกอบ catdumb

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2561

13 ภาพที่จะทำให้เห็นว่า ‘การบิดเบือนความจริง’ มันไม่ยากเลย


โดยส่วนใหญ่แล้วคนเรามักจะ ‘ตัดสิน’ เรื่องราวจากมุมที่เห็นเพียงมุมเดียว ซึ่งจริงๆ แล้ว ‘ความจริง’ มันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น
เช่นเดียวกันกับ ‘ภาพถ่าย’ ที่เราเห็นกันอยู่ในโลกโซเชียล ความจริงแล้วมันอาจจะยังไม่เผยความจริงทั้งหมดออกมาก็ได้
สำหรับบทความนี้ #เหมียวหง่าว จะขอพาเพื่อนๆ ไปพิสูจน์พร้อมๆ กันว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มันคือความจริง เหตุการณ์ 1 เหตุการณ์เราสามารถเติมแต่ง สรรค์สร้างเรื่องราวให้คนเข้าใจ ‘ความจริง’ ผิดไปได้อย่างง่ายดาย จะเป็นอย่างไรลองไปชมได้เลยจ้า…

1. ภาพของเจ้าชายวิลเลียมที่โชว์มือขึ้นมาเพื่อประกาศให้โลกรู้ว่า พระองค์กำลังจะมีบุตรตัวน้อยคนที่ 3


2. ภาพของหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ กำลังเอาน้ำให้กับทหารจากอิรักดื่ม ในปี 2003


3. สถานีรายงานข่าว


4. ในงานเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของ Donald Trump


5. งานสนับสนุน Hillary ในเมือง Omaha


6. ทหารเล่นกับเด็ก


7. ในงานแถลงเปิดตัวแคมเปญของพรรคอนุรักษนิยมโดย Theresa May


8. ภาพที่ถูกนำมาใช้เพื่อประท้วงนโยบายการอพยพของ Trump


9. ภาพที่ถ่ายโดย Ruben Salvadori เพื่อแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างทหารอิสราเอล กับวัยรุ่นปาเลสไตน์


10. งานอีเวนท์ของ Hilary Clinton ในรัฐโอไฮโอ


11. กลุ่มผู้ประท้วงเรื่องภาษีในกรุงปารีส


12. ในงานชุมนุมของ Clinton


13. ยกตัวอย่างการบิดเบือนความจริงของสื่อ


จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงไม่ควรตัดสินอะไรจากเรื่องราวเพียงด้านเดียว เพราะบางครั้งเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้นอาจจะมีความจริงอยู่แต่ยังเปิดเผยออกมาไม่ครบก็เป็นได้ ซึ่งมันทำให้เราเข้าใจความเป็นจริงคลาดเคลื่อนได้อย่างง่ายดาย

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ห้ามพลาด..! เสือเหลือง "ดอร์ตมุนด์" ทีมแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี เตรียมบุกถิ่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด





ตำนาน"เสือเหลือง"ยกพลเยือน"บุรีรัมย์"
คอบอลเตรียมกรี๊ด "เสือเหลือง" เตรียมขน "ตำนาน" บุกเมืองไทย หวดเกมนัดพิเศษกับทีมรวมดารา "บุรีรัมย์" 18 พ.ย. นี้ หลัง "ปราสาทสายฟ้า" จับมือเป็นพันธมิตร "ดอร์ตมุนด์"
ศุกร์ที่ 26 ตุลาคม 2561 เวลา 15.49 น.

"เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี และทีมจ่าฝูงในปัจจุบัน เตรียมขนดาวเตะระดับตำนานของสโมสร บุกมาทำศึกนัดพิเศษกับทีมรวมดารา "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของแชมป์โตโยต้า ไทย ลีก ที่สนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. 61 ที่จะถึงนี้




ดอร์ตมุนด์ ได้เซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกับ บุรีรัมย์ ในเดือนต.ค. 61 เพื่อจับมือกันพัฒนาด้านฟุตบอล และธุรกิจของทั้ง 2 สโมสร โดยความร่วมมือครั้งนี้ ยังจะเปิดโอกาสให้บรรดานักเตะดาวรุ่งในทีมเยาวชนของ ปราสาทสายฟ้า มีโอกาสไปฝึกฝนทักษะด้านฟุตบอลอย่างถูกวิธี และเป็นมืออาชีพถึงแคมป์เก็บตัวของ ดอร์ตมุนด์ ในประเทศเยอรมนี ด้วย

นอกจากนั้น เพื่อเป็นการเริ่มต้นการเป็นพันธมิตรที่ดี ดอร์ตมุนด์ ยังเตรียมส่งทีมนักเตะระดับตำนานของสโมสร มาลงเตะเป็นครั้งแรกกับ ทีมรวมบุรีรัมย์ ด้วย ทำให้แฟนบอลทีมแชมป์ไทยลีก 6 สมัย รวมถึงแฟน ดอร์ตมุนด์ และแฟนบอลทั่วไปชาวไทย จะมีโอกาสได้สัมผัสกับเหล่าอดีตนักเตะดาวดังระดับโลกอย่างใกล้ชิด ในวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยคาดว่าเกมนี้ยังจะได้รับความสนใจจากแฟนบอลในภูมิภาคอาเซียนอย่างมากด้วยเช่นกัน.





ขอบคุณข่าว เดลินิวส์...

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

รู้หรือไม่ 1 วัน ของ AI เท่ากับกี่ปีของมนุษย์โลก ?

 วันของ AI เท่ากับเวลากี่ปีของมนุษย์? แล้วแบบนี้คนเราจะเอาอะไรไปสู้





นับวันก็ยิ่งมีข่าวเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ ของมนุษย์ต่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มากขึ้นทุกวัน หมากรุกเป็นสิ่งที่มันเอาชนะเราได้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว และเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเซียนโกะระดับโลกก็พ่ายแพ้ให้กับ เอไอ ไปแล้วเช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้ในการแข่งขัน e-Sports ประเภททีม 5-5 มนุษย์เราก็แพ้ไปเรียบร้อยแล้ว
อะไรเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ เอไอ สามารถเอาชนะมนุษย์ได้ภายในเวลาที่สั้นลงเรื่อยๆ ใช่แล้วคำตอบอยู่ที่ เวลา เพราะเวลาของ เอไอ กับมนุษย์นั้นไม่เท่ากัน คนเราต้องแบ่งเวลาไปในการทำกิจกรรมต่างๆ มากมายในแต่ละวัน ต่อให้เราพยายามใช้เวลาในการฝึกฝนทักษะอะไรสักอย่าง ก็ไม่สามารถทำได้ตลอดเวลา ชนิดที่อดหลับอดนอนก็ทำได้ไม่นาน
ต่างกับ เอไอ ที่มันไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน มันสามารถทำการฝึกฝนทักษะที่มันต้องการได้อย่างต่อเนื่อง มันไม่ต้องกินและมันก็ไม่ต้องนอน ถ้าเริ่มฝึกฝนเรื่องหนึ่งเรื่องใดพร้อมกันกับมนุษย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเราต้องแพ้มันแน่ๆ แต่อะไรที่ทำให้มันสามารถเอาชนะคนที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปีในเรื่องนั้นๆ ได้

1 วันของ AI เท่ากับ 180 ปีของมนุษย์

คำตอบก็คือเวลาของมันกับเราไม่เท่ากัน เวลา 1 วันของ เอไอ สามารถเร่งเวลาได้ว่าอยากให้มันทำงานฝึกทักษะต่างๆ ในความเร็วที่เหนือมนุษย์ได้ อย่างข้อมูลจากการแข่งขัน DOTA2 ผู้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า OpenAI ทำการเร่งเวลาในการฝึกเล่นเกมของ เอไอ ในความเร็วที่เทียบได้ว่า 1 วันของเอไอ เท่ากับ 180 ปีของมนุษย์ ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิด 180 ปี ฝึกหนักขนาดนี้ยังไงก็ชนะมนุษย์อย่างเราได้แน่นอน
จากข้อมูลข้างต้นต่อให้ เอไอ หัดเล่นเกมตั้งแต่ระดับเริ่มต้น เป็นเวลา 1 สัปดาห์จะพบว่าทักษะของมันจะเท่ากับของคนที่ฝึกเล่นเกมเดียวกันนี้มาเป็นเวลา 1,260 ปีเลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วคุณคิดว่าถึงเวลาที่มนุษย์เราจะต้องหาที่หาทางให้ตัวเองได้แล้วหรือยัง ว่าในอนาคตอันใกล้นี้เราควรจะไปอยู่ที่จุดไหน

ขอบคุณข่าว https://www.smartsme.co.th 

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ความหมายที่หลายคนยังไม่ทราบที่มา ของถ้วย MOTO GP 2018



 ความภูมิใจของชาวไทยที่สู่สายตาชาวโลก 🇹🇭
กับความหมายที่หลายคนยังไม่ทราบ 
วันนี้เรามีคำตอบ..^^
.
.
#MotoGP
#PTTThailandGrandPrix
#changinternationalcircuit


ขอบคุณข่าวเพจ Chang International Circuit